คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1692/2516

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นายยี่โถ จำเลย - นายการะเกด ที่ 1 นายชมพู่ ที่ 2

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 27 200 226(1) ป.วิ.พ. ม.27 ม.200 ม.226(1)

3. เนื้อหา

คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดี ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 (1) จำเลยจึงอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งดังกล่าวนี้ได้

ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเพราะศาลหลงผิดว่าโจทก์และจำเลยขาดนัดพิจารณา คำสั่งดังกล่าวย่อมไม่มีผลบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 200 และถือได้ว่าเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยเรื่องการพิจารณาโดยขาดนัดศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยหลงผิดนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27

(วรรคแรก วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 16/2516)


คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการกระทำละเมิด จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธความรับผิดต่อสู้คดีวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๔ ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณา นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๘ เดือนหน้า เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา พอถึงวันที่ ๒๘มิถุนายน ๒๕๑๔ นักการศาลรายงานเสนอศาลว่า นัดสืบพยานโจทก์วันนี้เวลา ๑๐ นาฬิกา ได้เรียกหาคู่ความจนถึงเวลานัดแล้ว ยังไม่มีคู่ความมาศาลศาลชั้นต้นสั่งในวันเดียวกันว่า โจทก์จำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาล ถือว่าโจทก์จำเลยขาดนัดพิจารณา ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ครั้นถึงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๔ เจ้าหน้าที่ศาลรายงานเสนอต่อศาลว่า โจทก์จำเลยมาศาลวันนั้นที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๑๔ นั้นตรวจดูบัญชีนัดของศาลแล้ว ไม่ปรากฏว่าได้นัดคดีไว้ในวันนั้น คงมีนัดไว้แต่ที่หน้าปกสำนวนและในบัญชีลอยของศาล ศาลชั้นต้นจึงสั่งว่าเป็นการสั่งจำหน่ายคดีผิดพลาดไป เห็นสมควรเพิกถอน และให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๔ โจทก์ยื่นคำร้องว่า คำสั่งจำหน่ายคดีไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนและสั่งดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ได้สั่งเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีแล้ว และศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาคดีนี้ เวลา ๑๓.๓๐ น. โจทก์ขอเลื่อนคดี จำเลยไม่คัดค้าน ศาลให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์วันอื่นแล้ว จำเลยแถลงคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้น และอุทธรณ์ว่าคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งที่ทำให้คดีเสร็จไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๑ (๒), ๑๓๒(๒)และมาตรา ๒๐๐ คดีย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๗ ศาลชั้นต้นจึงไม่มีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ ที่จะสั่งเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดี ขอให้ยกคำร้องของโจทก์ และให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้นัดสืบพยานโจทก์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยไม่ได้ขาดนัดพิจารณา หาใช่เป็นการจำหน่ายคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๑ (๒)และมาตรา ๑๓๒ (๒) ไม่ พิพากษายืน ค่าทนายชั้นอุทธรณ์เป็นพับ

จำเลยฎีกาขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้มีการพิจารณาคดีใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่า จำเลยจะอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีได้หรือไม่ ศาลฎีกาได้พิจารณาปัญหาข้อนี้โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว มีมติว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้แล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งใหม่ให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีเช่นนี้ไม่เป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖(๑) จำเลยจึงอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งดังกล่าวนี้ได้

คดีได้ความดังกล่าวข้างต้น ฟังได้แน่นอนว่าศาลชั้นต้นไม่ได้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๑๔ ที่ศาลชั้นต้นว่าคู่ความทั้งสองฝ่ายขาดนัดพิจารณาและสั่งให้จำหน่ายคดีในวันที่กล่าว เป็นคำสั่งให้จำหน่ายคดีโดยที่โจทก์จำเลยไม่ได้ขาดนัดพิจารณา จึงเป็นคำสั่งให้จำหน่ายคดีเพราะศาลหลงผิด ไม่มีผลบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๐และถือได้ว่าเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยเรื่องการพิจารณาโดยขาดนัดศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยหลงผิดนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ ประพจน์ ถิระวัฒน์ วินัย ทองลงยา สุเมธ ทิพยมนตรี

5. ที่มา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ