คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 769-770/2539

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นายแก้ว จำเลย - นางกาสะลอง ฯลฯ

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา 59 177 352 354 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1736 1736 ป.อ. ม.59 ม.177 ม.352 ม.354 ป.พ.พ.

3. เนื้อหา

การที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา177ผู้กระทำจะต้องกระทำโดยเจตนาคือรู้อยู่แล้วว่าข้อความที่ตนนำมาเบิกความนั้นเป็นความเท็จจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ตั้งเป็นผู้จัดการมรดกและเบิกความตามคำร้องนั้นโดยเชื่อตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ที่ดินและความเห็นของทนายความโดยไม่มีเจตนาที่จะเบิกความเท็จการกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ กองมรดกยังมีหนี้สินตามคำพิพากษาและเจ้าหนี้กองมรดกยังไม่ได้รับชำระหนี้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1736ต้องถือว่าทรัพย์มรดกยังคงอยู่ในระหว่างจัดการซึ่งมีสาระสำคัญว่าตราบใดที่เจ้าหนี้กองมรดกยังไม่ได้รับชำระหนี้จะมีการแบ่งปันทรัพย์มรดกแก่ทายาทมิได้ที่จำเลยยังไม่ได้แบ่งปันทรัพย์มรดกแก่โจทก์จะฟังว่าเป็นการยักยอกทรัพย์ของโจทก์ไม่ได้การที่จำเลยแบ่งขายที่ดินมรดกก็เป็นการปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้ามรดกทำไว้ก่อนตายกับผู้ซื้อถือไม่ได้ว่าเป็นการยักยอกทรัพย์มรดกของโจทก์เช่นกัน


โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 177, 180, 352, 354

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะข้อหาเบิกความเท็จและข้อหาผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 352, 354 ให้ประทับฟ้อง ส่วนข้อหาอื่นให้ยก

จำเลย ให้การ ปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 352 ประกอบกับมาตรา 354การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงลงโทษตามมาตรา 91 ฐานเบิกความเท็จ จำคุก 6 เดือน ฐานเป็นผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์ จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน

โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2และจำเลยไม่สามารถรับโอนมรดกที่ดินของนายทานตะวันได้ เพราะพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองของนายทานตะวันฉบับที่นำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินไม่มีรอยตราของเจ้าพนักงานประทับเป็นปัญหาขัดข้องที่เจ้าพนักงานที่ดินไม่อาจดำเนินการให้ได้จำเลยจึงเชื่อตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานที่ดินที่ให้จำเลยไปยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก จำเลยจึงได้ไปติดต่อนายขนุนทนายความให้ดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ยังได้ความจากนายขนุนพยานจำเลยว่า เมื่อได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับพินัยกรรมของนายทานตะวันและผู้รับพินัยกรรมไม่สามารถโอนทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมที่สำนักงานที่ดินได้เพราะมีปัญหาขัดข้องแล้ว พยานมีความเห็นว่าพินัยกรรมไม่สมบูรณ์ เท่ากับนายทานตะวันไม่ได้ทำพินัยกรรม จึงได้ทำคำร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งจำเลยซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของนายทานตะวันเป็นผู้จัดการมรดกโดยอ้างในคำร้องว่า นายทานตะวันถึงแก่กรรมโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมและตั้งผู้จัดการมรดกไว้ และจำเลยก็ได้เบิกความไปตามคำร้อง การที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ผู้กระทำจะต้องกระทำโดยเจตนา คือรู้อยู่แล้วว่าข้อความที่ตนนำมาเบิกความนั้นเป็นความเท็จ แต่ข้อเท็จจริงตามที่จำเลยนำสืบมีน้ำหนักและเหตุผลที่จะรับฟังได้ว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ตั้งเป็นผู้จัดการมรดกและเบิกความตามคำร้องนั้น โดยเชื่อตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ที่ดินและความเห็นของทนายความโดยไม่มีเจตนาที่จะเบิกความเท็จ การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ

ส่วนข้อหาว่าจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์นั้นข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหลังจากศาลได้ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายทานตะวันแล้วจำเลยไม่จัดการแบ่งทรัพย์มรดกของนายทานตะวันให้แก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ผู้รับพินัยกรรม แต่ได้จดทะเบียนโอนที่ดินมรดกตาม น.ส.3 เลขที่ 3593 เนื้อที่ 6 ไร่ ซึ่งตกเป็นของโจทก์ที่ 1 ตามพินัยกรรมใส่ชื่อจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกและได้จดทะเบียนแบ่งขายที่ดินแปลงดังกล่าวแก่ผู้มีชื่อ 4 รายส่วนที่ดินมรดกที่ตกเป็นของโจทก์ที่ 2 อีกหลายแปลง จำเลยก็ยังไม่จดทะเบียนโอนให้โจทก์ที่ 2 แต่ได้จดทะเบียนโอนที่ดินบางแปลงใส่ชื่อจำเลยไว้ในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกพยานหลักฐานจำเลยได้ความว่า หลังจากนายทานตะวันตายแล้ว ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคดีถึงที่สุดให้นายเทียนหอมโดยจำเลยกับผู้มีชื่อ 2 คน ซึ่งเข้าเป็นคู่ความแทนชำระหนี้แก่บริษัทยนตรภัณฑ์ จำกัด โจทก์เป็นเงินประมาณ 2 แสนบาท กับให้จำเลยคืนทรัพย์แก่โจทก์ ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้เงินแทนประมาณ 2 หมื่นบาท แสดงว่า กองมรดกของนายทานตะวันยังมีหนี้สินตามคำพิพากษา และเจ้าหนี้กองมรดกยังไม่ได้รับชำระหนี้ ดังปรากฏข้อความในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่26 ตุลาคม 2535 วันที่ 30 ธันวาคม 2535 และวันที่ 9 กุมภาพันธ์2536 ดังนั้น ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1736ต้องถือว่า ทรัพย์มรดกยังคงอยู่ในระหว่างจัดการ ซึ่งมีสาระสำคัญว่าตราบใดที่เจ้าหนี้กองมรดกยังไม่ได้รับชำระหนี้จะมีการแบ่งปันทรัพย์มรดกแก่ทายาทมิได้ ดังนั้นที่จำเลยยังไม่ได้แบ่งปันทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จะฟังว่า เป็นการยักยอกทรัพย์ของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้ ส่วนการที่จำเลยแบ่งขายที่ดินมรดกตาม น.ส.3 เลขที่ 3593 ซึ่งตกเป็นของโจทก์ที่ 1ตามพินัยกรรมแก่ผู้มีชื่อ 4 รายนั้น จำเลยมีเอกสารหมาย ล.4ถึง ล.6 (2 แผ่น) ซึ่งเป็นลายมือเขียนลงชื่อนายทานตะวันมาแสดงว่านายทานตะวันมีสัญญาผูกพันที่จะต้องแบ่งขายที่ดินตาม น.ส. 3ดังกล่าวบางส่วนแก่บุคคลทั้งสาม กับอีก 1 ราย ซึ่งนายทานตะวันได้มอบที่ดินให้ครอบครองแล้วแต่ไม่มีหลักฐาน โดยจำเลยอ้างว่าโจทก์ที่ 1 ก็ทราบดีอยู่แล้ว โจทก์ที่ 1 มิได้เบิกความปฏิเสธในเรื่องนี้ เห็นว่า ที่โจทก์ที่ 1 ไม่ไปรับโอนที่ดินมรดกตามน.ส.3 เลขที่ 3593 พร้อมกับโจทก์ที่ 2 และจำเลยที่สำนักงานที่ดินในวันเปิดพินัยกรรม ณ ที่ว่าการอำเภอนั้น น่าจะเป็นเพราะโจทก์ที่ 1 ทราบดีถึงพันธะผูกพันของนายทานตะวันดังที่จำเลยนำสืบไม่ใช่เรื่องไม่มีเงินตามที่โจทก์ที่ 1 อ้าง การที่จำเลยแบ่งขายที่ดินมรดกของนายทานตะวันตาม น.ส.3 แก่ผู้มีชื่อ 4 ราย จึงฟังได้ว่าเป็นการปฏิบัติตามสัญญาของนายทานตะวันที่ทำไว้ก่อนตายถือไม่ได้ว่าเป็นการยักยอกทรัพย์มรดกของโจทก์ที่ 1 จำเลยจึงไม่มีความผิดในข้อหานี้

พิพากษายืน

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ ปรีชา เฉลิมวณิชย์ ธีระจิต ไชยาคำ สถิตย์ สิทธิลักษณ์

5. ที่มา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ